ปฐมบท

October 21, 2014 3:22 pm

ปฐมบท

ข้อเสนอรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ เป็นผลผลิตร่วมที่กลั่นมาจากการปฏิบัติการทางสังคมของประชาชนคนเล็กคนน้อยในสังคมร่วมกับองค์กรประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชน มานานนับหลายสิบปี โดยเฉพาะในช่วงภายหลังจากการใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ (ฉบับที่ ๑๖) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีตัวตนของประชาชนที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการกำหนดวิถีชีวิตและอนาคตของตนเอง
ในขณะที่รัฐและหน่วยงานรัฐไม่ยินยอมพร้อมใจให้เกิดสภาวะดังกล่าว เครือข่ายองค์กรประชาชนและ เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมสัมมนาว่าด้วยการปฏิรูปสังคมและการเมือง ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค มานานตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๔๙ เป็นต้นมา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากสภาพปัญหาและประสบการณ์ที่สั่งสมมา และจัดทำเป็นข้อเสนอการปฏิรูปการเมือง ข้อเสนอดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นองค์ความรู้ของสังคมไทยที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบและยาวนานตามสมควร
ข้อเสนอรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มีความมุ่งหมายที่ชัดเจนเพื่อการปฏิรูปการเมือง อันหมายถึง “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน สร้างประชาธิปไตยกินได้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม” และเป็นความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายองค์กรประชาชนและเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนในการรังสรรค์ให้บังเกิดผลที่เป็นจริง โดยจะนำเอาข้อเสนอทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติการทางสังคมอย่างเต็มกำลังความสามารถที่ต่อเนื่องต่อไป
เจ็ดสิบห้าปี ของการสถาปนาประชาธิปไตย เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๗ ฉบับ เพื่อใช้เป็นกติกาของรัฐไทย เมื่อมองอย่างพินิจ เราพบว่าแบบแผนของการสร้างกฎกติกาที่ผ่านมาเป็นจารีตที่มองไม่เห็นชัดแต่มีอิทธิพลทำให้รัฐธรรมนูญ ไม่สามารถกินได้สำหรับสามัญชน คนเล็กคนน้อย แต่ชนชั้นนำ ได้รับเอกสิทธิ์ขี่คอผู้ใต้อุปถัมภ์มาอย่างแยบยล
เราจึงหวังไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๘ ภายใต้หมอตำแยคปค. จะให้ความหวังเข้าถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยของอารยชนได้ อย่างไรก็ตาม เราคงไม่ยอมให้ระบบอื่นใดนอกจากประชาธิปไตยมาเป็นสดมภ์หลักของ “ การบำบัดทุกข์ประเทศเรา “
ข้อเสนอรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ชุดนี้ จัดทำโดยเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองนอกจากจะใช้เป็นเครื่องตรวจสอบ จารีต ซึ่งใช้เป็นขนบมายาวนานว่ายังขลังหรืออ่อนมากน้อยเพียงใดแล้ว ยังใช้เป็นข้อเสนอของภาคประชาชน เพื่อทำให้ เจตนารมณ์ประชาธิปไตย ๒๔๗๕ เป็นไปได้ ซึ่งเป็นวาระของประชาชนที่จะต้องศรัทธาในพลังของตนเองเท่านั้น นี่คือภารกิจที่คณะราษฎรได้ฝากไว้ให้พวกเรา

ด้วยความเชื่อมั่น
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)
มีนาคม ๒๕๔๙
ข้อเสนอรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐

กล่าวนำ
อาจกล่าวได้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นพื้นฐานสำคัญในการปฏิรูปการเมือง โดยมีเจตนารมณ์ต้องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่ในระยะเวลาเกือบเก้าปีที่ผ่านมาเจตนารมณ์ดังกล่าวยังไม่อาจบรรลุผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง แม้ว่าประชาชนและชุมชนได้เพียรพยายามใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มกำลังก็ตาม เนื่องจากนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลได้กระทำการละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิเสธละเลยและเพิกเฉยสิทธิหรืออำนาจของประชาชนและชุมชนในการร่วมกำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง การร่วมกำหนดโครงการพัฒนา การร่วมจัดการและเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การร่วมเป็นเจ้าของสื่อสาธารณะ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตลอดจนการมีสิทธิได้รับสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
แต่การปฏิรูปการเมืองกลับถดถอยเลวร้ายลงไปอีก เมื่อมีการยึดอำนาจโดยทหารหรือที่เรียกตนเองว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เพราะคณะฯยึดอำนาจได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ อันเป็นการเพิกถอนสิทธิหรืออำนาจของประชาชนที่ได้รับการประกันไว้ในรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการต่อสู้เพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองจึงเป็นภารกิจร่วมกันของผู้คนที่หวงแหนสิทธิเสรีภาพและระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการสืบทอดเจตนารมณ์การปฏิรูปการเมืองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ที่มุ่ง “ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” หรืออีกนัยยะหมายถึง “การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน สร้างประชาธิปไตยกินได้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม” นั่นเอง

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองจึงสมควรนำเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ กลับมาใช้ใหม่ โดยการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักการ“การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน สร้างประชาธิปไตยกินได้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม” และให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยมีเจตนารมณ์สำคัญ คือ
เจตนารมณ์ที่หนึ่ง การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จักต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าการใช้อำนาจรัฐของทุกองค์กรจะต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ และตั้งอยู่บนพื้นฐานสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกกลุ่มที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เจตนารมณ์ที่สอง สิทธิในการกำหนดวิถีชีวิตตนเอง จักต้องสร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนและชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดเจตจำนงทางการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน และเป็นธรรม
เจตนารมณ์ที่สาม สิทธิของประชาชนที่จะเข้าถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตและสวัสดิการสังคม จักต้องสร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกคนได้รับสวัสดิการสังคมและการประกันสังคมอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย การรับบริการสาธารณสุข การศึกษา การทำงาน ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต เป็นต้น
เจตนารมณ์ที่สี่ การสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ จักต้องการกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม เช่น การปฏิรูปที่ดินและการปรับโครงสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรมและในอัตราก้าวหน้า อาทิ ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีการซื้อขายถ่ายโอนหุ้น ภาษีจากโอกาสทางนโยบาย รวมทั้งการสร้างหลักประกันด้านค่าจ้าง
เจตนารมณ์ที่ห้า การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จักต้องสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐของทุกองค์กร และเสริมสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้ประชาชนและชุมชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
เจตนารมณ์ที่หก การกระจายอำนาจ จักต้องกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเอง สามารถกำหนดและแสวงหาทางเลือกในการพัฒนาท้องถิ่นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามเจตนารมณ์ของประชาชนและชุมชนท้องถิ่น

กรอบที่ ๑ : ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ

๑.ข้อเสนอว่าด้วยสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน
๑.๑ การรับรองสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติ
หลักการ
ประเทศไทยได้รับรองกติกา อนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ เช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบเป็นต้นและประเทศไทยต้องมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ประกอบกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้นำมาบัญญัติรับรองไว้ใน มาตรา ๓ ความว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้” และพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับรองไว้ใน มาตรา ๔ ในคำนิยามสิทธิมนุษยชนว่า“สิทธิมนุษยชน” หมายความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรอง หรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม จึงสมควรนำหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองแล้วมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการประกันสิทธิให้มีผลในทางปฏิบัติ

ข้อเสนอ
มาตรา…ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และให้มีผลบังคับใช้ทันทีโดยศาลและองค์กรของรัฐทุกองค์กร
๑.๒ สิทธิในการมีส่วนร่วม
หลักการ
ในอดีตรัฐเป็นผู้ผูกขาดอำนาจในการกำหนดการพัฒนาทั้งในการกำหนดแผนและโครงการพัฒนาระดับชาติและระดับชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนามักจะเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลเพียงบางกลุ่ม โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาทำให้เกิดการพัฒนาที่เสียสมดุลระหว่างภาคเมืองและภาคชนบทและระหว่างกลุ่มชนต่าง ๆ นอกจากนั้นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เสียสมดุลไปด้วย
แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้กำหนดการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๖ ความว่า “รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ” แต่ไม่มีผลผูกพันกับรัฐโดยตรง เพราะถือเป็นดุลยพินิจของรัฐที่จะดำเนินการ จึงสมควรนำหลักการสำคัญมากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้
๑.หลักสิทธิในการพัฒนามากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากสิทธิในการพัฒนา หมายถึงสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมกำหนดและแสวงหาทางเลือกในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง รวมทั้งสิทธิของประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง
๒. รัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างมาตรการทั้งด้านนโยบาย และกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดและแสวงหาทางเลือกในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง
๓.สิทธิในการได้รับข้อมูลและคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ โดยต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ แผน นโยบาย และโครงการพัฒนา เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ และเป็นหน้าที่ของรัฐในการให้ข้อมูลกับประชาชน
๔.ให้ประชาชนมีการมีส่วนร่วมในกระบวนการยุทธศาสตร์ แผน นโยบาย และพิจารณาโครงการพัฒนาทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการจัดทำและตัดสินใจ การวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการพัฒนาทั้งระบบ ได้แก่ ด้านสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยรัฐหรือผู้ลงทุนต้องมีกองทุนเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวิเคราะห์ผลกระทบจากยุทธศาสตร์และโครงการพัฒนา รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนชดเชยผู้อาจได้รับผลกระทบจากยุทธศาสตร์ นโยบายและโครงการพัฒนาเพื่อการคุ้มครองคุณภาพชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ข้อเสนอ
มาตรา… บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การกำหนดและการแสวงหาทางเลือกในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐทุกระดับ
องค์กรของรัฐทุกองค์กรมีหน้าที่ต้องกำหนดมาตรการทุกด้านในการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หากองค์กรของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของบุคคล ย่อมถือว่าเป็นการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
มาตรา…บุคคลมีสิทธิร่วมการพิจารณาก่อนการอนุญาตการดำเนินนโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการ หรือกิจกรรมการพัฒนาของรัฐและเอกชนที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตที่เกี่ยวกับตนและชุมชนทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการจัดทำและตัดสินใจ การวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการพัฒนาทั้งด้านสุขภาพ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรของรัฐต้องดำเนินการให้สิทธิดังกล่าวมีผลในทางปฏิบัติ

๑.๓ สิทธิในสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
หลักการ
สิทธิการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีมีคุณภาพ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิทธิการมีชีวิตของมนุษย์ทุกคน ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการกระทำใดที่มีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพราะอาจมีผลกระทบกับชีวิตของตนได้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้รับรองรองสิทธินี้ไว้ แต่ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิดังกล่าว จึงสมควรปรับปรุงให้ บรรลุผลยิ่งขึ้น

ข้อเสนอ
มาตรา…สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง
การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคน สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อม
ให้มีองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนองค์กรประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และให้ความเห็นตั้งแต่การริเริ่มโครงการ การศึกษาความเหมาะสม การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การอนุมัติโครงการ การดำเนินการโครงการ และการติดตามประเมินผล รวมทั้งการให้ความเห็นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมก่อนรัฐสภาให้ความเห็นชอบ
ให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมจัดทำรายงานต่อรัฐบาลและรัฐสภา และมีสิทธิในการฟ้องหน่วยงานของรัฐ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ให้รับผิดในการกระทำ หรือละเว้นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อม

๑.๔ สิทธิการได้รับสวัสดิการสังคม
หลักการ
หน้าที่ขั้นพื้นฐานขั้นต่ำของรัฐ คือการดำเนินการให้บุคคลสามารถได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต คืออาหาร การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย และการศึกษา ดังนั้นการที่รัฐปล่อยให้คนจำนวนมากไม่ได้รับอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ไม่ได้รับการรักษาพยาบาลขั้นต้นที่จำเป็น ไม่มีที่พักพิงหรือที่อยู่อาศัย หรือไม่ได้รับแม้แต่การศึกษาขั้นพื้นฐานที่สุด ย่อมเป็นความบกพร่องที่ร้ายแรงที่สุดของ อย่างไรก็ตาม รัฐรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ได้พยายามนำหลักการดังกล่าวมารับรองไว้ เช่น สิทธิในการศึกษาสิทธิการรับบริการสาธารณสุข สิทธิเด็กหรือเยาวชนที่มีผู้ดูแล สิทธิผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอในการยังชีพ สิทธิผู้พิการหรือทุพพลภาพ เป็นต้น และในปัจจุบันประเทศไทยได้มีการสร้างระบบหลักประกันถ้วนหน้าด้านสุขภาพ และขยายผู้อยู่ในระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมมากขึ้น จึงสมควรนำหลักการดังกล่าวมารับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ
๑.ประชาชนมีสิทธิได้รับสวัสดิการสังคม เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การดูแลสุขภาพ
การศึกษา ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ความมั่นคงของในการทำงาน และความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะการจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ แรงงานตกงาน และผู้พิการหรือทุพลภาพ
๒.รัฐต้องสร้างหลักประกันให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมและต้องสร้างโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในจัดสวัสดิการทุกในทุกขั้นตอน ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดสวัสดิการของชุมชน

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลมีสิทธิที่จะมีสวัสดิการสังคมและการประกันสังคม
รัฐมีหน้าที่กำหนดมาตรการทุกวิธีการที่เหมาะสมโดยลำดับ เพื่อให้บุคคลเข้าถึงสวัสดิการสังคมและการประกันสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และต้องสร้างโอกาสให้บุคคลมีส่วนร่วมในจัดสวัสดิการสังคมและการประกันสังคมทุกขั้นตอน รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดสวัสดิการของชุมชน

๑.๕ สิทธิในที่อยู่อาศัย
มาตรา…บุคคลย่อมมีสิทธิในที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเพียงพอ มีความปลอดภัย มีความสงบสุข และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการปกป้องและคุ้มครองจากการถูกบังคับขับไล่หรือการรื้อย้ายให้ออกจากที่อยู่อาศัยโดยพลการ
รัฐต้องมีมาตรการในการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลผู้ไร้ที่อยู่อาศัยที่ยากไร้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของบุคคลเหล่านั้นเป็นสำคัญ

๑.๖ สิทธิชุมชน
หลักการ
แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มีการรับรองสิทธิชุมชนจำกัดเฉพาะสิทธิชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่สามารถอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และสามารถมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งรัฐไม่ยอมออกกฎหมายลูกเพื่อให้ชุมชนได้รับและได้ใช้สิทธิอย่างแท้จริง แต่ชุมชนกลับแสดงให้เห็นถึงการยืนยันถึงสิทธิของชุมชนด้านอื่นๆอีกด้วย เช่น สิทธิการมีส่วนในการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของชุมชน สิทธิการมีส่วนในการกำหนดนโยบาย โครงการหรือกิจกรรมของรัฐและเอกชนที่ผลกระทบต่อชุมชน สิทธิในการรักษาและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม สิทธิการจัดการสื่อวิทยุ ดังนั้น จึงต้องปรับปรุงการรับรองสิทธิชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพการดำรงอยู่โดยแท้จริงของสิทธิชุมชน และขจัดอุปสรรคทีรัฐไม่ยอมออกกฎหมายลูกให้ชุมชนได้ใช้สิทธิตามที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงสมควรนำหลักการสิทธิชุมชนมารับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ
๑.สิทธิชุมชนในการร่วมจัดการ การดูแลรักษา และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน และเป็นธรรม
๒.สิทธิชุมชนในการการอนุรักษ์ การสืบทอด จารีตประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชน
๓.สิทธิชุมชนในการร่วมกำหนดนโยบายหรือโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชน
๔.สิทธิชุมชนในการร่วมกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน
๕.สิทธิชุมชนในการร่วมส่งเสริม บำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน
๖.สิทธิชุมชนในการร่วมจัดการ การควบคุม และการกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลกระทบสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน
๗.สิทธิชุมชนในการจัดการสื่อสาธารณะ และการจัดการศึกษา
๘. สิทธิการมีส่วนร่วมในการจัดทำและวางผังเมือง
๙.รัฐต้องกำหนดมาตรการทางนโยบาย หรือกฎหมายเพื่อให้สิทธิชุมชนมีผลที่เป็นจริงภายในกำหนดเวลาที่แน่นอน หากรัฐไม่ดำเนินการมาตรการดังกล่าว ให้ถือว่าให้ถือว่ากฎหมายที่ขัดต่อสิทธิชุมชนไม่มีผลบังคับใช้

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานร่วมกัน หรือมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการร่วมกันมีสิทธิในการอนุรักษ์ การฟื้นฟู หรือการสืบทอดจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรม และการจัดการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน และเป็นธรรม
มาตรา…บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานร่วมกัน หรือมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการร่วมกันมีสิทธิในการกำหนดการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การจัดการการศึกษา การจัดการสื่อชุมชน การจัดการสวัสดิการสังคม การจัดการสาธารณสุข รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยของชุมชน
มาตรา…บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานร่วมกัน หรือมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการร่วมกันมีสิทธิในการร่วมกำหนดนโยบาย โครงการ การจัดทำและวางผังเมืองทีอาจที่มีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต วิถีชีวิตที่เกี่ยวกับตนและชุมชน
มาตรา…บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานร่วมกัน หรือมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการร่วมกันมีสิทธิในการส่งเสริม การบำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชนรวมทั้งการจัดการ การควบคุมตรวจสอบ และการกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลกระทบสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน
มาตรา… รัฐต้องกำหนดมาตรการทางนโยบาย กฎหมาย หรือมาตรการอื่นที่จำเป็น เพื่อให้สิทธิชุมชนมีผลที่เป็นจริง หากรัฐไม่ดำเนินการมาตรการดังกล่าว ให้ถือว่าสิทธิชุมชนมีผลบังคับใช้ทันทีโดยศาลและองค์กรของรัฐทุกองค์กร

๑.๗ สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์
หลักการ
ประเทศไทยมีประชากรที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีชนเผ่าอยู่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน มีมากกว่า ๑๐ ชนเผ่า อาศัยกระจายอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีการดำรงวิถีชีวิตที่ของตนเองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พวกเขาจึงมีความเป็นอัตลักษณ์ที่ต้องธำรงรักษาให้คงอยู่ และต้องได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นพลเมืองของชาติ จึงเป็นการสมควรนำหลักสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์มารับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนี้
๑.กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเองในการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
๒.กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะปฏิบัติ รื้อฟื้น รักษาและพัฒนาภาษา วัฒนธรรม ศาสนา จารีตประเพณี และพิธีการของกลุ่ม
๓. กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิร่วมกัน และสิทธิส่วนบุคคลที่จะเป็นเจ้าของควบคุม และใช้ประโยชน์ที่ดิน มานับแต่อดีต รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการรับรองตามกฎหมาย
๔.กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิร่วมกัน และสิทธิส่วนบุคคลที่จะได้รับการปกป้อง และคุ้มครองจากการถูกบังคับให้โยกย้าย หรือขับไล่จากที่ดินหรือที่อยู่อาศัยอันเป็นถิ่นที่อยู่เดิม
๕. กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของรัฐอย่างเท่าเทียมกับพลเมืองคนอื่นๆ โดยปราศจากการกีดกัน
๖.กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิได้รับการศึกษา การบริการสาธารณสุขและการบริการสาธารณะอื่นจากรัฐตามความจำเป็น

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลผู้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิกำหนดการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมด้วยตนเอง และมีสิทธิที่จะปฏิบัติ รื้อฟื้น รักษาและพัฒนาภาษา วัฒนธรรม ศาสนา จารีตประเพณี และภูมิปัญญาของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
บุคคลผู้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิร่วมกันและสิทธิส่วนบุคคลที่จะเป็นเจ้าของใช้ประโยชน์ที่ดินมานับแต่อดีต และสิทธิที่จะได้รับการรับรองตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการปกป้อง และคุ้มครองจากการถูกบังคับให้โยกย้าย หรือขับไล่จากที่ดินหรือที่อยู่อาศัยอันเป็นถิ่นที่อยู่เดิม
บุคคลผู้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการกระบวนการทางการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของรัฐอย่างเท่าเทียมกับพลเมืองคนอื่นๆ โดยปราศจากการกีดกัน และมีสิทธิได้รับการศึกษา การบริการสาธารณสุขและการบริการสาธารณะอื่นจากรัฐ

๑.๘ สิทธิของผู้บริโภค
หลักการ
ในระบอบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและผู้ที่ประกอบธุรกิจโฆษณาได้นำวิชาการในทางการตลาดและทางการโฆษณามาใช้ในการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ เพื่อสร้างวัฒนธรรมบริโภคนิยม ทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ เพราะผู้บริโภคไม่อยู่ในฐานะที่ทราบภาวะตลาด และความจริงที่เกี่ยวกับคุณภาพและราคาของสินค้า และบริการต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องทันท่วงที ผู้บริโภคมักจะถูกละเมิดสิทธิอยู่เสมอๆ แม้จะมีการกฎหมายให้มีองค์กรของรัฐทำหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองผู้บริโภค แต่ไม่สามารถประกันสิทธิให้ผู้บริโภคได้ เนื่องจากปัญหาของผู้บริโภคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะผู้ประกอบธุรกิจมีพลังทุนมหาศาลในการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ในขณะที่ผู้บริโภคมีความเข้มแข็งไม่เพียงพอทั้งทางด้านความรู้และการรวมตัวกันเป็นองค์กร เพื่อคุ้มครองสิทธิของตนเอง แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับรองสิทธิของผู้บริโภค และให้มีองค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภคทำหน้าที่ให้ความเห็นในการตรากฎหมาย กฎ และข้อบังคับ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคแต่ยังไม่มีผลในทางความเป็นจริง เพราะรัฐไม่ยอมออกกฎหมายลูกให้มีองค์กรอิสระดังที่รัฐธรรมนูญมุ่งหวังให้เกิดขึ้น จึงสมควรนำหลักสิทธิของผู้บริโภคและองค์กรอิสระผู้บริโภคมารับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนี้
๑. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ
๒.สิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ
๓.สิทธิที่จะได้เลือกซื้อสินค้าและบริการในราคายุติธรรม
๔.สิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาล
๕.สิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยในกรณีที่ถูกละเมิดให้ได้รับสินค้าและบริการที่ไม่มีคุณภาพ
๖.สิทธิที่จะได้รับความรู้และทักษะอันจำเป็นต่อการบริโภคอย่างเท่าทัน
๗.สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองและได้รับเป็นธรรมจากการโฆษณาที่เกินสมควร
๘.สิทธิที่จะได้ความเป็นธรรมในการพิสูจน์ความผิด ภาระในการพิสูจน์ความผิดถือเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ
๙.การจัดตั้งองค์การอิสระผู้บริโภค เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะ ให้ความเห็นแก่รัฐ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ในการออกนโยบาย กฎหมาย ข้อบังคับและมาตรการต่างๆ การติดตาม ตรวจสอบการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคของหน่วยงานรัฐ การสร้างความเข้มแข็ง ให้ผู้บริโภค กลุ่ม เครือข่าย องค์กรผู้บริโภค

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้และทักษะอันจำเป็นที่ถูกต้องเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าและบริการ การเลือกสินค้าและบริการในราคายุติธรรมและได้รับความความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ การได้รับความคุ้มครองจากการโฆษณาที่เกินสมควร การได้รับค่าชดเชยในกรณีที่ถูกละเมิด รวมทั้งการได้ความเป็นธรรมในการพิสูจน์ความผิดโดยถือว่าภาระในการพิสูจน์ความผิดเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย หรือการบริหารเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
ให้มีคณะกรรมองค์การอิสระผู้บริโภค ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสิบสี่คน ซึ่งได้รับเลือกจากบุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะหรือให้ความเห็นแก่องค์กรของรัฐในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย ข้อบังคับและมาตรการต่างๆในการคุ้มครองผู้บริโภค การติดตามตรวจสอบการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภค กลุ่ม เครือข่าย หรือองค์กรผู้บริโภค

๑.๙ สิทธิในชีวิต
หลักการ
การมีชีวิตเป็นสิทธิขั้นพื้นของมนุษย์ทุกคน การประกันสิทธิที่จะมีชีวิตโดยการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติที่เสมือนการยอมรับการทำลายชีวิตมนุษย์ และสิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการกระทำทารุณยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงสมควรรับรองสิทธิในชีวิตให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และจะต้องไม่ถูกทำให้เสียชีวิตตามอำเภอใจ หรือการถูกบังคับให้หายตัวไปโดยไม่สมัครใจ
การทรมาน ทารุณกรรม หรือการปฏิบัติ หรือการลงโทษด้วยวิธีที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี จะกระทำมิได้

๑.๑๐ สิทธิในการรวมตัวและเสริมความเข้มแข็งองค์กรประชาชน
หลักการ
การจัดตั้งองค์กรของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น กรรมกร ชาวนา ชาวประมง ชาวเขา คนพิการหรือประชาชนทั่วไปในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ชมรม สมาพันธ์ สมัชชา กลุ่ม เครือข่าย เป็นต้น อาจถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของเสริมสร้างการเรียนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาของตนเอง และการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะต้องได้รับการค้ำประกันจากรัฐธรรมนูญและจะต้องผูกพันการใช้อำนาจรัฐ จึงสมควรกำหนดให้มีการรับรองสิทธิการรวมกลุ่มในรูปแบบต่าง ๆ หลากหลายทั้งที่เป็นหรือไม่เป็นนิติบุคคล และรัฐต้องมีหน้าที่กำหนดมาตรการที่จำเป็นในการส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แต่กลุ่ม ชุมชนและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สมัชชา สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เครือข่าย สภาชุมชน องค์การเอกชน หรือหมู่คณะอื่น
รัฐต้องมีหน้าที่กำหนดมาตรการที่จำเป็นในการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองการรวมตัวของประชาชนตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งต้องให้การสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้องค์กรภาคประชาชนเหล่านั้นสามารถดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณะประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากการแทรกแซงโดยรัฐ

๑.๑๑ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงสื่อสาธารณะ
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้รับรองเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในสื่อสาธารณะ(การปฏิรูปสื่อ) และสิทธิในการแสดงความเห็นและการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน แต่สิทธิเสรีภาพดังกล่าวยังไม่บังเกิดผลตามที่มุ่งหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิในสื่อสาธารณะและสิทธิในการแสดงความเห็นและการเสนอข่าวสาร จึงสมควรปรับปรุงสิทธิเสรีภาพดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในสื่อมวลชนของรัฐ รวมทั้งสื่อมวลชนสามารถมีอิสระในความคิดเห็นและการเสนอข่าวสาร

ข้อเสนอ
มาตรา… บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อ รักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทาง จิตใจหรือสุขภาพของประชาชน
การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือการปิดกั้นสื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึง ภาพยนตร์ อินเตอร์เนท และวิทยุชุมชน เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ จะกระทำมิได้ เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้
มาตรา… คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติและประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ รัฐต้องทำการปฏิรูปสื่อให้มีความเป็นอิสระและมีสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ให้มีการแบ่งประเภทของสื่อเป็นสื่อบริการสาธารณะ สื่อธุรกิจ และสื่อภาคประชาชน
การดำเนินการตามวรรคแรก ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความมั่นคงของประชาชนโดยเฉพาะเด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้หญิง คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
มาตรา… พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอ ข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุโทรกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่งรัฐมีหน้าที่ต้องกำหนดมาตรการทางนโยบาย กฎหมาย หรือมาตรการอื่นใด เพื่อให้บุคคลตามวรรคหนึ่งและวรรคสองได้รับและได้ใช้สิทธิอย่างมีผลที่เป็นจริง

๑.๑๒ สิทธิในการศึกษา
หลักการ.
สิทธิในการรับการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญที่ถือเป็นหน้าที่ขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ประชาชนทุกคน เพื่อการพัฒนาศักยภาพตนเองของประชาชน รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ จึงรับรองสิทธินี้ไว้ แต่สมควรปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการรับรองสิทธิของผู้ปกครอง องค์กรชุมชน สถาบันศาสนา สถาบันทางสังคม ในการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาตลอดชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรม

ข้อเสนอ
มาตรา…บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และหากบุคคลใดมีความประสงค์ที่จะศึกษาในระดับการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ ให้รัฐให้การสนับสนุนการศึกษานั้นๆ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเช่นกัน
การจัดการศึกษาอบรมของรัฐต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การจัดการศึกษาอบรมของผู้ปกครอง องค์กรชุมชน สถาบันศาสนา สถาบันทางสังคมองค์กรวิชาชีพ และเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

๑.๑๓ การทำให้ประชาชนได้รับหรือได้ใช้สิทธิเสรีภาพที่เป็นจริง
หลักการ
โดยที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติที่เป็นอุปสรรคทำให้บุคคลทุกคนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิเสรีภาพได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการใช้ชื่อหมวดสิทธิเสรีภาพว่า “สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย” หากพิจารณาสาระของสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้จะเห็นได้ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในฐานะที่เป็นมนุษย์กับสิทธิเสรีภาพในฐานะที่เป็นพลเมือง และโดยส่วนใหญ่เป็นสิทธิเสรีภาพของมนุษย์หรือสิทธิมนุษยชน ส่วนสิทธิเสรีภาพของพลเมืองมีเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ดังนั้น การมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าว ย่อมไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ การรับรองสิทธิเสรีภาพไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่
มีบทบัญญัติว่า “ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” เป็นการมอบอำนาจให้คณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภา ซึ่งมักจะเป็นพรรคการเมืองเสียงข้างมากเป็นผู้ไปออกกฎหมายลูก เพื่อให้ประชาชนได้รับหรือได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่โดยแท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญเป็นผู้รับรองสิทธิของประชาชนต่างหากหาใช่ฝ่ายบริหารไม่ ในขณะเดียวกัน ศาลควรจะมีภาระหน้าที่ในการประกันสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนโดยการตีความสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่ต้องรอให้ฝ่ายบริหารมากำหนดสิทธิให้ประชาชนเสียก่อน เมื่อไม่มีการรออกกฎหมายลูก จึงมีผลให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิเสรีภาพได้เลย ทั้งที่ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า รัฐมีภาระหน้าที่โดยตรงที่จะประกันให้ประชาชนได้รับหรือได้ใช้สิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จึงสมควรมีการปรับปรุงการรับรองสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญเสียใหม่ ดังนี้
๑.การเปลี่ยนบทบัญญัติหมวดสิทธิเสรีภาพจาก “สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย” เป็น “สิทธิและเสรีภาพของประชาชน”
๒.การเปลี่ยนบทบัญญัติ “ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” เป็น “ ทั้งนี้ หากรัฐไม่กำหนดมาตรการทางนิติบัญญัติ ให้ถือว่าสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้โดยทันที”
๓.การปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของรัฐต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องเคารพ ส่งเสริม ปกป้อง และดำเนินการให้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนมีผลที่เป็นจริง โดยรัฐต้องกำหนดมาตรการทางนิติบัญญัติ หรือมาตรการอื่นใดที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้รับและได้ใช้สิทธิเสรีภาพตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา…รัฐต้องสอบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะไม่ได้รับการยกเว้นความรับผิดตามกฎหมายอื่นใด รวมทั้งกฎหมายการอภัยโทษหรือการนิรโทษกรรม
มาตรา… บรรดาคำสั่งที่ออกโดยการใช้อำนาจรัฐ ที่เป็นการละเมิดหรือทำให้สิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายรับรองไว้ไม่มีผลใช้บังคับ เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งหรือผู้รับคำสั่งต้องรับผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางปกครอง แล้วแต่กรณี โดยไม่อาจอ้างได้ว่าทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

๒.ข้อเสนอว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
๒.๑ ระบบเศรษฐกิจ
หลักการ
การที่รัฐสนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี ก่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่ถูกครอบงำโดยทุนข้ามชาติและทุนผูกขาดที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจที่เหนือกว่ากลุ่มทุนอื่นๆ ทำให้เกิดการผูกขาดตัดตอน เกิดการครอบงำกลไกตลาด และจำกัดทางเลือกการพัฒนาของไทย และไม่มีระบบเศรษฐกิจเสรีและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม อันนำมาสู่ความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ จึงควรปรับปรุงแนวนโยบายพื้นฐานเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจที่เป็นการสร้าง“ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม”

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม โดยกำกับดูแลมิให้มีการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเอกชน และสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ รัฐต้องประกอบกิจการที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือเพื่อการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นสำหรับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และห้ามมิให้นำวิสาหกิจของรัฐไปขายหรือกระทำเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด
รัฐจะต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นสำหรับประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยต้องกำหนดมาตรการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับหรือบริหารนโยบายของกิจการสาธารณูปโภคด้วย

๒.๒ การเกษตร
หลักการ
เกษตรกรประสบปัญหาเกี่ยวกับปัจจัยการผลิต ได้แก่ที่ดิน เงินทุน เทคโนโลยี่ ฯลฯ ราคาพืชผลที่ไม่เป็นธรรม ขาดตลาดรองรับ ผลผลิตทางการเกษตร และขาดองค์กรที่จะทำหน้าที่ดูแลพิทักษ์ผลประโยชน์ของเกษตรกรโดยตรง นอกจากนี้รัฐยังมีนโยบายเน้นการเกษตรเพื่อการค้าและการส่งออกจนทำให้ละเลยเกษตรกรที่ประกอบการเกษตรทางเลือกรูปแบบ และวิธีการอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ทั้งทางด้านการผลิต การตลาด การมีที่ดินทำกิน การแสวงหาทางเลือกในการทำการเกษตรที่ตนเองต้องการ ตลอดจนการรวมตัวกันของเกษตรกรบนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ของตน

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยทั้งด้านการบริการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ทุนเพื่อการผลิต การแปรรูป การตลาด การกำหนดมาตรการปกป้องคุ้มครองภาคเกษตรกรรม การพยุงราคาสินค้าเกษตรและการแทรกแซงราคาอย่างมีประสิทธิภาพ และการอุดหนุนปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนให้การเลือกระบบเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และระบบนิเวศน์ของตนและชุมชน ตลอดจนต้องคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม
มาตรา…รัฐต้องกำหนดมาตรการด้านนโยบาย หรือกฎหมาย เพื่อคุ้มครองให้เกษตรกรรายย่อยเป็นเจ้าของ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางพันธุกรรม และปัจจัยการผลิต รวมทั้งสิทธิในมรดกทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใดๆของชุมชน จะต้องได้รับการรับประกันและคุ้มครอง เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและรักษาวิถีวัฒนธรรมของชุมชน และจะนำไปแปรรูปเป็นของเอกชนมิได้ กิจกรรมใดๆเกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรรมและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ การจดสิทธิบัตรในทรัพยากรและมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจะกระทำมิได้
มาตรา…รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืนโดยให้มีการตั้งสถาบันพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งเป็นองค์การอิสระ และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรภาคประชาชนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมยั่งยืนในลักษณะที่เป็นโครงการคู่ขนานกับการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ

๒.๓ การปฏิรูปที่ดิน
หลักการ
ทรัพยากรที่ดิน เป็นปัจจัยพื้นในการดำรงชีวิตของเกษตรกร หากรัฐไม่มีมาตรการที่เหมาะสมในการจัดระบบการถือครองที่ดิน โดยการปล่อยให้กลไกการตลาดเป็นตัวจัดระบบการถือครองที่ดิน ก็จะส่งผลให้เกษตรกรต้องสูญเสียที่ดินหรือมีที่ดินทำกิน เนื่องจากไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต่อรองกับกลไกตลาด จึงมีความจำเป็นต้องมีมาตรการในการกระจายสิทธิการถือครองที่ดินที่เป็นธรรม โดยมาตรการการจำกัดการถือครองที่ดิน การจัดตั้งธนาคารที่ดิน การเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า การปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมและมีอำนาจในการตัดสินใจทุกกระบวนการในการปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งการจัดระบบกรรมสิทธิ์แบบโฉนดชุมชนหรือโฉนดแปลงรวม เพื่อเป็นหลักประกันในการถือครองที่ดิน

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องส่งเสริมให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ และสิทธิในที่ดิน เพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยมาตรการการปฏิรูปที่ดิน มาตรการทางภาษี การจัดตั้งธนาคารที่ดิน รวมถึงมาตรการอื่นใด เพื่อนำที่ดินมากระจายสิทธิให้เกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินทำกิน และต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการปฏิรูปที่ดินทุกขั้นตอน

๒.๔ การกระจายรายได้
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้มีการการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม แต่ไม่มีรัฐบาลใดดำเนินการให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ จึงสมควรกำหนดมาตรการการกระจายได้ไว้เป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยการปรับโครงสร้างภาษีและการปรับมาตรการการคลังให้มีความเป็นธรรม

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องดำเนินการให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม โดยมาตรการทางภาษี และมาตรการการคลัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มคนและความแตกต่างระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น

๒.๕ การคุ้มครองแรงงานและการจัดระบบแรงงานสัมพันธ์
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มีการคุ้มครองแรงงานและการจัดระบบแรงงานสัมพันธ์ยังไม่รอบด้านเพียงพอต่อการยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรวัยทำงาน โดยเฉพาะการไม่การคุ้มครองให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนของแรงงาน รวมทั้งขัดต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กล่าวคือ ไม่มีการคุ้มครองค่าจ้างขั้นต่ำให้พอเพียงสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพของครอบครัว ไม่มีสถาบันคุ้มครองความปลอดภัยการทำงาน ไม่มีการคุ้มครองแรงงานนอกระบบ และไม่มีการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง

ข้อเสนอ
มาตรา … รัฐต้องจัดให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองการทำสัญญาจ้างที่เป็นธรรม คุ้มครองความเสมอภาคการจ้างงาน และกำจัดการเลือกปฏิบัติการจ้างงานหรือความแตกต่างเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสภาพการจ้างภายใต้สภาพการทำงานเดียวกัน รวมทั้งการประกันรายได้ขั้นต่ำของแรงงานให้สามารถเลี้ยงชีพพอเพียงสำหรับคนงานและครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมค่าตอบแทนการทำงานที่ยุติธรรม
รัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองแรงงานเด็กและแรงงานหญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและโอกาสการจ้างงานสตรี และการคุ้มครองความปลอดภัยการทำงาน รวมทั้งการคุ้มครองแรงงานนอกระบบและแรงงานข้ามชาติให้ได้รับความเป็นธรรม
รัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการก่อตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน การบริหารงานและการดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงาน รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิการเจรจาต่อรอง ตลอดจนการจัดระบบแรงงานสัมพันธ์

๒.๖ กระบวนการยุติธรรม
หลักการ
กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถประกันสิทธิหรือเป็นที่พึ่งของประชาชนผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในสังคม เนื่องจากไม่มีมาตรการเป็นพิเศษสำหรับสำหรับบุคคลเหล่านั้น จึงสมควรกำหนดมาตรการดังกล่าวให้รัฐมีหน้าที่ต้องดำเนินการเป็นแนวนโยบายแห่งรัฐ

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องดำเนินการให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ดำเนินการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและเท่าเทียมกัน รวมทั้งการกำหนดมาตรการการช่วยเหลือประชาชนให้มีโอกาสเข้าถึงกระบวนการอย่างเท่าเทียมกัน

๒.๗ การป้องกันและขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิง
หลักการ
บทบัญญัติของกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน บางส่วนยังคงมิได้ให้สิทธิความเสมอภาคระหว่างหญิงชายและก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง อาทิเช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ สามีที่จดทะเบียนสมรสข่มขืนภรรยาของตนได้โดยไม่มีความผิด และปัจจุบัน แม้ว่าจะมีความพยามแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่ก็ยังไม่ครอบคลุมถึงเรื่องการให้การคุ้มครองผู้หญิงที่ถูกข่มขืนโดยคู่สมรส
ผู้หญิงที่ถูกกระทำจากความรุนแรงไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม และต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แม้จะมีกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดแต่กลไกที่เกี่ยวข้องยังขาดประสิทธิภาพและไม่มีความละเอียดอ่อนต่อสภาวะของหญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ทั้งที่ถูกกระทำจากสามี คนรัก หรือถูกข่มขืน กระทำจากบุคคลอื่น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษและการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับหญิงที่ถูกกระทำจากความรุนแรง ตลอดจนการออกมาตรการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว ให้มีคณะกรรมการระดับชาติในการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงรวมถึงการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ จึงสมควรให้ผู้หญิงทุกคนได้รับสิทธิและการคุ้มครองจากการถูกกระทำความรุนแรงในทุกระดับ

ข้อเสนอ
มาตรา…รัฐต้องคุ้มครองผู้หญิงจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ ทั้งความรุนแรงในครอบครัวในชุมชนและที่สาธารณะ โดยให้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อป้องกันแก้ไขความรุนแรงต่อผู้หญิง ภายในระยะเวลาสองปี
มาตรา…บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน
ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน กฎหมายที่ขัดกับหลักสิทธิความเสมอภาคระหว่างหญิงชายและเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงให้มีการยกเลิกภายในสองปี
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคล สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม
๒.๘ การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้หญิง
หลักการ
ปัจจุบันผู้หญิงขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมในทุกระดับ จึงสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญให้มีมาตรการและเสริมสร้าง การมีส่วนร่วมของผู้หญิงโดยเฉพาะ

ข้อเสนอ
มาตรา… รัฐต้องส่งเสริมและมีมาตรการพิเศษเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้หญิง ในการกำหนดนโยบายการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนา ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ

๓. ข้อเสนอว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน
๓.๑ สิทธิการเสนอกฎหมาย
หลักการ
สิทธิการเสนอกฎหมายและการร่วมพิจารณากฎหมายได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่มีปัญหาอุปสรรคในการใช้สิทธิของประชาชน ทำให้สิทธิดังกล่าวไม่บรรลุผลที่เป็นจริง จึงสมควรปรับปรุงให้ประชาชนได้ใช้สิทธิอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คือ
๑.การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน ควรลดจำนวนผู้เข้าชื่อให้เหลือเพียง๑๐,๐๐๐ คน ให้ใช้บัตรประชาชนในการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเสนอกฎหมายต้องมีความรวดเร็วขึ้น และสภาผู้แทนราษฎรต้องใช้ร่างกฎหมายของประชาชนเป็นหลักในการพิจารณาในวาระสอง รวมทั้งผู้เสนอกฎหมายต้องเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการหนึ่งในสามของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการร่วมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
๒.การร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชนกลุ่มใดของสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายจากตัวแทนองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคณะกรรมาธิการทั้งหมด

ข้อเสนอ
มาตรา…ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมายตามที่กำหนดในหมวดสิทธิเสรีภาพของบุคคล และหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมทั้งการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
คำร้องขอตามวรรคหนึ่งต้องจัดทำร่างพระราชบัญญัติเสนอมาด้วย ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร ต้องให้ตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเข้าเสนอหลักการของกฎหมายในวาระที่หนึ่งขั้นการรับหลักการ และให้มีการแต่งตั้งตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วแต่กรณี
หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อรวมทั้งการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

๓.๒ การพิจารณากฎหมาย
มาตรา… การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวกับเด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการหรือทุพพลภาพ แรงงาน เกษตรกร ผู้บริโภค หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากสภาผู้แทนราษฎรมิได้พิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนที่มีวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกรณีเหล่านั้นที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด

๓.๓การออกเสียงประชามติ
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้กำหนดให้มีการออกเสียงประชามติที่เกี่ยวกับเรื่องที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน และผลการลงประชามติของประชาชนเป็นเพียงการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น อันเป็นการขัดกับหลักการการออกเสียงประชามติ เพราะการลงประชามติของประชาชนในเรื่องใด ย่อมเป็นการตัดสินใจโดยตรงของประชาชน ซึ่งเป็นประชาธิปไตยทางตรงที่สำคัญที่สุด และต้องผูกพันให้รัฐมนตรีในฐานะตัวแทนของประชาชนต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข จึงสมควรแก้ไขปรับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเสียใหม่

ข้อเสนอ
การออกเสียงประชามติโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้กำหนดให้ชัดเจนถึงกิจการที่ต้องให้มีการออกเสียงประชามติ และให้ผลการออกประชามติมีผลเป็นเด็ดขาดและผูกพันคณะรัฐมนตรี

๓.๔การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ให้สิทธิประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ แต่การใช้สิทธิของประชาชนยังมีอุปสรรคและไม่สามารถใช้สิทธิทางศาลได้โดยตรง จึงสมควรกำหนดให้ประชาชนมีส่วนในการตรวจสอบได้เพิ่มขึ้น คือ
๑.การตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการ ให้ถือว่าประชาชนเป็นผู้เสียหายโดยตรง ไม่มีการกำหนดอายุความ และสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง
๒.ปรับปรุงจำนวนผู้เข้าชื่อการถอดถอน รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับสูงให้เหลือเพียง ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุจริตได้ง่ายกว่าเดิม
๓.รัฐมีหน้าที่ต้องกำหนดมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนประชาชนในการใช้สิทธิฟ้องร้องและการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
๔.ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องยื่นรายการผลงานทุกปี และการลงคะแนนเสียงในสภา เพื่อให้มีการตรวจสอบผลงาน และแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการลงมติ
๕.ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง การควบคุมกำกับโครงการ ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินทุกปี เพื่อป้องกันการทุจริตและเอื้อประโยชน์

ข้อเสนอ
มาตรา.. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่น ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
บทบัญญัติวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลอื่นเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนด้วย
บุคคลมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เกี่ยวกับการกระทำตามรรคหนึ่ง และให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวไม่มีอายุความสิ้นสุดการฟ้องคดี ทั้งนี้ การฟ้องคดี และวิธีพิจารณาคดีให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

๓.๕ข้อเสนอว่าด้วยการกระจายอำนาจ
หลักการ
การกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถมีสิทธิการปกครองตนเอง เป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย แต่การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอิสระจากส่วนกลางยังไม่เป็นการเพียงพอ จะต้องกระจายอำนาจหรือให้สิทธิองค์กรในชุมชนท้องถิ่น และจะต้องมีการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ดังนี้
๑.รัฐต้องสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตามเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น
๒.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจบริหารงานบุคคลของตนเองมีความเป็นอิสระในการเก็บภาษีและการบริหารรายได้จากภาษีของตน ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งการจัดทำงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่น
๓.ปรับปรุงสิทธิของประชาชนในการถอดถอดผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น และสิทธิการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างแท้จริง
๔.การกำหนดนโยบายและการจัดทำแผนพัฒนาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องให้ประชาชน กลุ่ม องค์กร หรือเครือข่ายในชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม
๕.การดำเนินนโยบาย โครงการหรือกิจการใดๆ ของภาครัฐหรือของภาคเอกชนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนในท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการปรึกษาหารือกับประชาชนในท้องถิ่นก่อนการให้ความเห็นชอบการดำเนินนโยบายและโครงการดังกล่าว โดยการรับฟังข้อมูลและความเห็นจากทุกฝ่ายรวมทั้งพิจารณาข้อมูลและความเห็นของผู้ทีได้อาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ
๖. สร้างกลไกการตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้มีองค์กรอิสระและองค์กรภาคประชาชนในระดับท้องถิ่นทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๗.ให้มีสภาชุมชน เพื่อจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การกำหนดนโยบาย ของเครือข่ายภาคประชาชน หรือชุมชนในระดับท้องถิ่น จังหวัด และชาติ และส่งเสริมกระบวนการรวมกลุ่มของเครือข่ายภาคประชาชนในทุกระดับ ในการปฏิบัติการตามแผนพัฒนาที่เครือข่ายหรือชุมชนกำหนดขึ้น

ข้อเสนอ
มาตรา…ในการกำหนดนโยบายและการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้ประชาชน กลุ่ม องค์กร หรือเครือข่ายในชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการจัดทำแผนพัฒนาดังกล่าวด้วย
การดำเนินนโยบาย โครงการหรือกิจการใดๆ ของภาครัฐหรือของภาคเอกชนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้มีการปรึกษาหารือรับและฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องถิ่นก่อนการให้ความเห็นชอบการดำเนินโครงการดังกล่าว
มาตรา…ให้มีสภาชุมชน โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย การจัดทำแผนพัฒนาแม่บทชุมชนระดับตำบล หรือแผนพัฒนาแม่บทจังหวัด และการให้ความเห็นต่อนโยบาย กฎหมาย แผนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของหน่วยงานของรัฐก่อนการกำหนดนโยบายหรือแผนการพัฒนาดังกล่าว
องค์ประกอบ คุณสมบัติ ที่มา และการดำเนินงานของสภาชุมชนให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

กรอบที่ ๒ : ว่าด้วยสถาบันทางการเมือง

๑. สิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง
หลักการ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ถือเป็นการกีดกันประชาชนส่วนใหญ่ไม่ให้มีส่วนร่วมทางการเมืองได้โดยตรง และโดยข้อเท็จจริงแล้วประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งได้ทุกคน และเป็นสิทธิของชาชนเช่นกันที่จะเลือกตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนของเขา จึงสมควรปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อรับรองสิทธิทางการเมืองของประชาชน

ข้อเสนอ
ยกเลิกการกำหนดวุฒิการศึกษาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อไม่ให้เกิดการจำกัดสิทธิของประชาชนในการเข้าร่วมทางการเมือง

๒. สิทธิการเลือกตั้ง
หลักการ
สิทธิการเลือกตั้งเป็นสิทธิทางการเมืองของพลเมืองทุกคน รัฐต้องมีหน้ากำหนดมาตรการให้ประประชาชนได้ใช้สิทธิอย่างได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ จึงสมควรปรับปรุงเกี่ยวกับการเลือกตั้งเสียใหม่

ข้อเสนอ
. ให้แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้ประชาชนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่นอกทะเบียนบ้านของตน สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเขตพื้นที่ซึ่งตนอาศัยหรือทำงานอยู่ได้

๓.การทำความตกลงระหว่างประเทศหรือหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ
หลักการ
กระบวนการจัดทำความตกลงที่ผ่านมาขาดการมีส่วนร่วมจากรัฐสภาและประชาชน รวมทั้งยังมีปัญหาขาดความโปร่งใส จึงสมควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการถ่วงดุลตรวจสอบอำนาจของ ฝ่ายบริหาร เพื่อให้ผลจากความตกลงมีการกระจายอย่างเสมอภาคและเกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวม อีกทั้งเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองของรัฐบาลในการเจรจา และลดความระแวงสงสัยในกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน

ข้อเสนอ
มาตรา…การทำความความตกลงหรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศใด มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐ จะต้องแก้ไขหรือต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้การเป็นไปตามสัญญามีผลผูกพันทางการค้าหรือการลงทุน รวมทั้งมีผลผูกพันรายจ่ายและการคลังของประเทศ และอาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลหรือชุมชน ต้องดำเนินกระบวนการเจรจาหรือจัดทำความตกลงหรือสนธิสัญญานั้นๆ บนหลักการความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของประชาชน และต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนเริ่มการเจรจา และการก่อนแสดงเจตนาผูกพัน

๔.รัฐบาลรักษาการ
หลักการ
เพื่อเป็นการลดกรณีการร้องเรียนจากประชาชน ผู้สมัคร และพรรคการเมืองให้น้อยลง รัฐธรรมนูญ ควรระบุให้มีการแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการณ์เข้ามาทำหน้าที่แทนนักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้การรณรงค์หาเสียงช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้งมีการได้เปรียบเสียเปรียบ และจากการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาหลายครั้ง พรรครัฐบาลได้ฉกฉวยโอกาสนี้หนักขึ้น โดยอาศัยความเป็น รัฐบาล ใช้อำนาจและทรัพยากรของรัฐที่มีอยู่ไปเป็นประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือ สร้างความนิยมให้พรรคของตน รวมทั้งใช้สื่อมวลชนของรัฐช่วยตนหาเสียงทั่วทั้งประเทศ การมีรัฐบาลรักษาการณ์สามารถช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้งดำเนินไปได้ดี
รัฐบาลรักษาการณ์มาจากการสรรหาตัวแทนจากกลุ่มสาขาอาชีพหลักๆเข้ามาเป็นคณะผู้รักษาการ เช่น ตัวแทนจากผู้พิพากษา อัยการ สื่อมวลชน สภาทนายความ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ภาคเอกชน นักธุรกิจ โดยมีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิยุติธรรม และทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลา ๙๐ วันเท่านั้น คือ ๖๐ วันก่อนการเลือกตั้งและ ๓๐ วันหลังการเลือกตั้ง หรือจนกว่าคณะรัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่งต่างๆในรัฐบาลแล้ว

ข้อเสนอ
มาตรา… เมื่อรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพราะอายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้มีคณะรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งพระมหากษัตรย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของของประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด จากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาชน และมึความซื่อตรงเป็นทึ่ประจักษ์ มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินแทนคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง และสนับสนุนคณะกรรมการเลือกตั้งให้จัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงตรงและยุติธรรม

กรอบที่ ๓ : ว่าด้วยองค์กรอิสระและศาล

๑. องค์กรอิสระ
หลักการ
องค์กรอิสระที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ สมควรมีอยู่ต่อไปทั้งหมดอันประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากแต่ละองค์กรมีภาระหน้าที่ที่แตกต่างกันและครอบคลุมทุกด้านสำหรับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่ควรจะมีการปรับปรุงกระบวนการสรรหา และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ดังนี้
๑.ควรกำหนดบทบัญญัติว่าด้วยองค์กรอิสระ เป็นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่ององค์กรเหล่านี้เป็นสถาบันหนึ่งในสังคมการเมืองในยุคปัจจุบันที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อการพัฒนาและจรรโลงระบอบประชาธิปไตย
๒.ปรับปรุงองค์ประกอบของกรรมการสรรหาองค์กรอิสระให้ตัดผู้แทนพรรคการเมือง และผู้แทนสถาบันการศึกษาจากกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ โดยเพิ่มผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมแทน เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรประชาชน องค์กรวิชาชีพ เป็นต้น
๓.ปรับปรุงคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระ โดยต้องเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการทำงานเพื่อสาธารณะเข้าร่วมได้มากขึ้นเพราะในปัจจุบันคุณสมบัติมักจะเน้นเฉพาะผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการระดับสูง ทำให้องค์กรอิสระส่วนใหญ่กลายเป็นที่รองรับของข้าราชการ จึงไม่สามารถปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองได้
๔.ปรับปรุงกระบวนการสรรหาที่โปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติ และประวัติการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ในระยะเวลาย้อนหลังหลาย ๆ ปี ที่สำคัญต้องปลอดจากการครอบงำของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองอย่างแท้จริง
๕.ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้สามารถเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายรัฐบาลและรัฐสภา และรัฐบาลหรือรัฐสภาต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเข้าร่วมในการกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายด้วย
๖.ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สามารถเสนอกรณีที่ตรวจสอบแล้วว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อศาลได้ตามเขตอำนาจของศาลนั้นแล้วแต่กรณี

ข้อเสนอ
การปรับปรุงอำนาจหน้าที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
มาตรา…ให้มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับนโยบาย หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ต้องให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ความเห็นก่อนพิจารณาประกาศใช้
องค์ประกอบ ที่มา อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา… สภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาจให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชกำหนด หรือร่างพระกฤษฎีกา รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกรัฐสภาที่ได้เสนอต่อสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สมาชิกสาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคนใดคนหนึ่งอาจได้รับมอบหมายให้ไปชี้แจงต่อที่ประชุมของสภาใดสภาหนึ่งเกี่ยวกับความเห็นของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลหรือร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกรัฐสภาที่ได้เสนอต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
, มาตรา…สมาชิกสาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ทั้งนี้ตามทึ่กฎหมายบัญญัติ
การปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
มาตรา… ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับใด อาจขัดหรือแย้งกับสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลปกครองแล้วแต่กรณี
ให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองแล้วแต่กรณี พิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอตามวรรคหนึ่งโดยไม่ชักช้า
มาตรา… ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบแล้ว เห็นว่าการกระทำใดเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง ศาลอาญา หรือศาลอื่นตามอำนาจของศาลแล้วแต่กรณี
ให้ศาลปกครอง ศาลอาญา หรือศาลอื่นแล้วแต่กรณี พิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอตามวรรคหนึ่งโดยไม่ชักช้า
มาตรา…คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ทั้งนี้ตามทึ่กฎหมายบัญญัติ

๒. ศาล
หลักการ
ควรจะมีการจัดตั้งศาลให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของสังคมเพิ่มขึ้น โดยยึดหลักการศาลเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความเป็นอิสระ แต่ต้องมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ จึงสมควรให้มีการจัดตั้งศาลเพิ่มขึ้น คือ
๑.จัดตั้งศาลเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
๒.ให้มีการจัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีลักษณะรุนแรง และมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง
๓.ศาลสิ่งแวดล้อม

ข้อเสนอว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
หลักการ
สมควรรับรองสิทธิประชาชนให้สามารถเข้าชื่อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขรัฐธรรมให้สอดคล้องกับสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และตั้งอยู่บนความต้องการและประโยชน์ของประชาชน

ข้อเสนอ
มาตรา… ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องมาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามหมื่นคนเข้าชื่อกันเสนอต่อรัฐสภา ในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ต้องให้ตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอญัตติเข้าเสนอหลักการของญัตติ และให้มีการแต่งตั้งตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอญัตติเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด
ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้

บทเฉพาะกาล
การจัดทำแผนปฏิบัติการนิติบัญญัติ
หลักการ
รัฐต้องมีพันธะหน้าที่ในการกำหนดมาตรการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการนิติบัญญัติ จึงสมควรกำหนดให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการนิติบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ

ข้อเสนอ
มาตรา… ให้มีคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการนิติบัญญัติ ประกอบด้วยผู้แทนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผู้แทนหน่วยงานรัฐ ผู้แทนองค์กรเอกชน และนักวิชาการในสัดส่วนที่เท่ากัน ให้มีอำนาจหน้าที่จัดทำกฎหมาย และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
ในการจัดทำกฎหมายและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการนิติบัญญัติ ปรึกษาหารือและรับความคิดเห็นของบุคคล กลุ่ม หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกรณีนั้นด้วย
รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการนิติบัญญัติอย่างเพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระและมีประสิทธิภาพ

ภาคผนวก
รายนามเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง

เครือข่ายสลัมสี่ภาค สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันตก สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ
เครือข่ายคนพลัดถิ่น สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้
เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ 6 จังหวัด สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค
เครือข่ายชาวเล มอแกน อูลักอูโว้ย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เครือข่ายชนเผ่าแห่งประเทศไทย คณะทำงานปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
ด้านเอดส์
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนภาคใต้ ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา
เครือข่ายเมืองน่าอยู่ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
เครือข่ายสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
เครือข่ายผู้พิการ โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศนิเวศวิทยา
เครือข่ายแรงงาน มูลนิธิชีวิตไท
เครือข่ายสื่อภาคประชาชน มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอสไอวีประเทศไทย คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)ภาคอีสาน
เครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)ภาคเหนือ
เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)ภาคใต้
เครือข่ายชุมชนคัดค้านท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันตก เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิต
และปฏิรูปการเมือง
เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค 42 จังหวัด
โครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา คณะทำงานด้านเด็ก
เครือข่ายผู้หญิงพิทักษ์สิทธิ FTA WATCH
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนภาคใต้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคใต้ แนวร่วมผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สหกรณ์เครดิตยูเนียนนักพัฒนาจำกัด
ศูนย์นิติธรรมสิ่งแวดล้อม ศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนชุมชนแออัด คณะกรรมการรณรงค์ประชาธิปไตยในพม่า

เวทีประชาธิปไตยประชาชน อื่น ๆ

สำนักงานประสานงานกลาง
เครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)
409 ชั้น3 อาคารมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ซอยโรหิตสุข ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง
กทม. 10320 โทรศัพท์ / โทรสาร 02-691-1216 02-690-2649 อีเมล์ ngocod@thai.com
องค์กรประสานงาน
เครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง

ส่วนกลาง
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช)
409 ชั้น3 อาคารมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ซอยโรหิตสุข ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5
เขตห้วยขวาง กทม. 10320
โทรศัพท์ / โทรสาร 02-691-1216 02-690-2649
อีเมล์ ngocod@thai.com
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง
77/286-287หมู่ 2 หมู่บ้านพนมแลนด์แอนด์เฮาส์
ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม
จังหวัดฉะเชิงเทรา 24120
โทรศัพท์ 038-553-328 โทรสาร 038-839-099
อีเมล์ panomland@ hotmail.com

ส่วนภูมิภาค
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ
77/1 หมู่ 5 ตำบลสุเทพ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ / โทรสาร 053-810-623-4
อีเมล์ ncod_cm@hotmail.com
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
57/215 หมู่บ้านเคหสถานครูไทย
ตำบลพะวง อำเภอเมือง
จังหวัดสงขลา 90100
โทรศัพท์ / โทรสาร 074-448-363

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
ภาคอีสาน
686/5 ซอยวุฒิธาราม
ถนนหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
โทรศัพท์ / โทรสาร 043-322-267 226-542
อีเมล์ necord@kknet.co.th
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
081-864-6558
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันตก
086-321